วัดบ้านเหล่าพระเจ้าตาเขียว
ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จจาริกมายังดินแดนลัวะบริเวณดอยจอมทอง–ดอยน้อย ได้ทรงพยากรณ์ว่าพื้นที่นี้จะเจริญรุ่งเรืองเป็น “นครหริภุญชัย” ต่อมาเม็งคะบุตร ชาวลัวะ และประชาชนจำนวนมากได้ฟังธรรมจนเกิดศรัทธา พระอินทร์จึงทูลขอ พระเกศาธาตุ ประดิษฐานไว้ ณ ที่นั้น พระพุทธองค์จึงประทานพระเกศาและมีการสร้างอุโมงค์บรรจุพระเกศาธาตุ พร้อมเครื่องบูชามากมาย และปิดผนึกอย่างแน่นหนา แม้พญานาคก็ยังมาช่วยปิดอุโมงค์อีกชั้น
ภายหลังเมื่อถึงสมัย พระนางจามเทวี แห่งหริภุญชัย พระนางพร้อมโอรสทั้งสองคือ พระเจ้ามหันตยศ และพระเจ้าอนันตยศ ได้อัญเชิญพระเกศาธาตุลงสู่ถ้ำและจัดเครื่องบูชาอย่างวิจิตร แล้วมีดำริให้สร้างพระพุทธรูปครอบอุโมงค์ที่บรรจุพระเกศาไว้ เพื่อให้ผู้คนสักการะ
จึงเริ่มสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่ (หน้าตัก 13 ศอก สูง 18 ศอก) แต่เมื่อถึงขั้นสร้างพระพักตร์ เกิดความเห็นไม่ลงรอยกัน พระอินทร์ จึงแปลงกายเป็น “ชีปะขาว” ลงมาช่วยทำพระพักตร์จนงดงาม แล้วนำ แก้วมรกตทิพย์สีเขียว 2 ลูก มาบรรจุเป็นพระเนตร
เมื่อสร้างเสร็จ ประชาชนเรียกพระพุทธรูปนี้ว่า“พระเจ้าตาเขียว” หรือ “พระพุทธปฏิมาพระเนตรเขียว”
สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 1235 มีการทำบุญฉลองใหญ่ และต่อมาสถานที่นี้พัฒนาเป็นวัดที่รุ่งเรือง เรียกว่า วัดพระเจ้าตาเขียว ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนในท้องถิ่นสืบมา
